Deductible ควรเลือกจ่ายเท่าไหร่กับประกันชั้น 1, 2+, 3+?

จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก เราต้องเลือกจ่ายยังไงให้เหมาะสม

ผู้แต่ง วรัญญา ไทยเขียว
หมวดหมู่ เคล็ดลับประกันรถยนต์
#ประกันรถยนต์ #ค่าเสียหายส่วนแรก #Deductible #ค่าดีดักทิเบิ้ล #Excess

เลือกความคุ้มครองของคุณ

เช็คเบี้ยใน 60 วินาที

อ่านเร็วๆ


  • ค่าความเสียหายส่วนแรกดีดักทิเบิ้ล (Deductible) คือ ค่าความเสียหายส่วนแรกเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเราเป็นฝ่ายผิด อยู่ระหว่าง 1,000-5,000 บาทที่เราเลือกได้ว่าต้องการให้มีหรือไม่
  • ต่างจากค่าความเสียหายส่วนแรกเอ็กเซส (Excess) ที่เป็นค่าความเสียหายที่เราต้องจ่ายเนื่องจากความประมาทหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีที่เกิดเหตุได้
  • ประกันชั้น 1, 2+, 3+ เลือกให้มีค่าความเสียหายส่วนแรกนี้ได้เพื่อเป็นส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ ยกเว้นประกันชั้น 3
  • เช็กเบี้ยประกันออนไลน์ได้ภายใน 60 วินาทีตามความต้องการใช้งานบนเว็บไซต์ bolttech.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
deductible-ดีดักทิเบิ้ล-จ่ายเท่าไหร่

23
Shares

ศัพท์ประกันรถอีกคำที่เราน่าจะได้ยินกันบ่อยๆ นั่นคือ ค่าดีดักทิเบิ้ล (Deductible) หรือค่าความเสียหายส่วนแรกแบบที่เราสมัครใจจ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และเราเป็นฝ่ายผิด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ระหว่าง 1,000-5,000 บาท ในที่นี้เราเลือกได้ว่าต้องการค่าความเสียหายส่วนแรกนี้เท่าไหร่ตามใจคุณเลยครับ หรือเลือกไม่จ่ายก็ได้เช่นกัน แต่จะไม่ได้รับส่วนลดเท่านั้นเอง

อย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปก่อนหน้านี้นะครับว่า ต่างจาก ค่าเอ็กเซส (Excess) ที่เป็นค่าความเสียหายส่วนแรกที่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ที่บอกคู่กรณีไม่ได้ (เช่น ไม่รู้ว่าเกิดรอยที่รถตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงถือว่าเป็นความประมาทของคนขับ) ที่เราต้องจ่ายเมื่อแจ้งเคลมแห้งหรือแจ้งเคลมแบบไม่มีคู่กรณี ส่วน Deductible นั้นเราสามารถนำมาเป็นส่วนลดในการต่อเบี้ยประกันรถยนต์ได้ตามค่าความเสียหายที่เราเลือกได้ด้วย เริ่มเห็นข้อดีของ Deductible กันแล้วนะครับ

deductible-ดีดักทิเบิ้ล-จ่ายเท่าไหร่

ประกันแต่ละชั้นควรทำค่า Deductible เท่าไหร่ดี?

ก่อนที่จะเลือกค่าความเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible เราควรทำความรู้จักประกันแต่ละชั้นก่อนครับว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วรถของเราเหมาะกับการทำประกันชั้นไหนมากที่สุดมาเริ่มจากความคุ้มครองประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมเหตุมากที่สุด คือ คุ้มครองรถเราทั้งเกิดอุบัติเหตุจากการชนและอุบัติเหตุจากการชนสิ่งอื่นๆ เช่น ครูดฟุตบาท เฉี่ยวรั้วบ้าน รถถูกขโมย รถโดนน้ำท่วม รถได้รับผลกระทบจากภัยก่อการร้าย หรือได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และการซ่อมสามารถเลือกได้ทั้งศูนย์บริการและซ่อมอู่คุณภาพ

การเลือกค่า Deductible ควรดูจากทักษะในการขับขี่ของตัวเราเป็นหลักเลยครับ เพราะรถป้ายแดงทุกคันจะเริ่มจากการทำประกันชั้น 1 มาให้อยู่แล้วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและความสะดวกในการเอารถเข้าซ่อม ดังนั้นถ้าเรามีประสบการณ์ในการขับขี่อยู่แล้วก็สามารถเลือกค่า Deductible 5,000 บาทเลยก็ได้ เพราะสามารถลดค่าเบี้ยไปได้ 5,000 บาทเช่นเดียวกันครับ และยังเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ของตัวเราเองให้มากขึ้นด้วย (เพราะกลัวเสียเงิน)

“การเลือกค่า Deductible ควรดูจากทักษะในการขับขี่ของตัวเราเป็นหลัก ขับเก่งเลือกจ่ายเลย 5,000 บาท เพราะลดค่าเบี้ยลงถึง 5,000 บาทเช่นกัน หรือยังมีชั่วโมงบินไม่มากก็เลือกจ่ายค่า Deductible 1,000 บาทก็ได้”

deductible-ดีดักทิเบิ้ล-จ่ายเท่าไหร่

ส่วนประกันรถยนต์ชั้น 2+ ยอดนิยมประกันราคาคุ้มค่าที่ให้ความคุ้มครองรถยนต์เหมือนประกันชั้น 1 แต่ไม่ครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดแบบไม่มีคู่กรณี (บางครั้งเราเรียกว่า คุ้มครองรถชนรถเท่านั้น) ที่น่าสนใจกว่านั้นยังให้ความคุ้มครองถึงรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยก่อการร้ายด้วย (การซื้อประกันชั้น 2+ มีเพียงสองบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้นที่ให้ความคุ้มครองภัยก่อการร้าย)

การเลือกค่า Deductible ส่วนมากแล้วมักจะเป็นเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วหลายปี อยากแนะนำให้เลือกค่า Deductible อยู่ที่ 1,000-2,000 บาท เพราะความสามารถในการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุของเรามีมากขึ้นแล้ว ประกันชั้น 3+ ประกันที่มีค่าเบี้ยย่อมเยาที่คุ้มครองการซ่อมรถของคู่กรณีและยังซ่อมรถของเราเองด้วยอุบัตเหตุที่เกิดจาการชนของรถยนต์เท่านั้น ความคุ้มครองจะไม่ครอบคลุมรถยนต์โดนขโมย โดนน้ำท่วม โดยภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากภัยก่อการร้าย การเลือกค่า Deductible ส่วนมากมักจะเป็นรถยนต์ที่มีอายุหลายปีแล้ว และเจ้าของรถอยากได้ค่าเบี้ยที่ราคาไม่แพง จึงไม่อยากแนะนำให้เลือกมีค่า Deductible ครับเวลาเกิดเหตุจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

สรุปแล้วค่า Deductible จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ในชั้น 1, 2+ และ 3+ แต่ควรเลือกมูลค่าตามความชำนาญในการขับขี่ของตัวเราเองเป็นหลักว่าเป็น 1,000 หรือ 5,000 บาทจะดีกว่ากัน เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเรา จึงควรทั้งป้องกันความเสี่ยงจากการเลือกทำประกันชั้นต่างๆ และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากที่สุด อย่างไรก็ดี ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ ใจเย็น และมีวินัยจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนนกันเถอะครับ

Waranya Thaikhiew (Merium)

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ