ประกันการเดินทางโดยจุดหมายการเดินทาง

4 ขั้นตอน ขอวีซ่าอังกฤษ(UK) ปี 2019 ฉบับอัปเดท!

#ประกันการเดินทาง #เดินทางต่างประเทศ #วีซ่าอังกฤษ #ขอวีซ่าอังกฤษ

ขอวีซ่าอังกฤษ

“สหราชอาณาจักร(UK)” และ “ประเทศอังกฤษ” น่าจะเป็นประเทศในดวงใจของใคร หลายคนที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือนเพื่อเปิดโลกกว้างให้ได้ เพราะมีความสวยงามน่าหลงใหล เป็นเอกลักษณ์ มีจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง ซึ่งก่อนจะเดินทางเที่ยวอังกฤษเราจะต้องรู้วิธี “การขอวีซ่าอังกฤษ” ที่ (อาจจะ) ดูยุ่งยากซับซ้อนหน่อย ๆ เพราะช่วงกลางปี 2561 ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนกฎบางประการสำหรับการยื่นขอวีซ่าอังกฤษเล็กน้อย

เริ่มขอวีซ่าอังกฤษกันเลย !

แต่ถ้าคนอยากไปใจต้องสู้ครับ ! แค่เรื่องวีซ่าไม่ได้หนักหนาขนาดนั้น คนอื่นขอผ่านได้ เราก็ต้องขอผ่านได้เช่นเดียวกัน ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าครับว่า การจะขอวีซ่าอังกฤษ ต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง Frank.co.th ได้รวบรวมเทคนิคล่าสุดสำหรับการทำวีซ่าอังกฤษมาให้ แต่ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ผมเกริ่นเอาไว้ตั้งแต่แรกมีดังนี้

การขอวีซ่าอังกฤษ เปลี่ยนกฎอย่างไร ?

หลังวันที่ 15 มิถุนายน 2561 เมื่อ VFS Global (บริษัทพาณิชย์ ที่ทำงานร่วมกัน กับแผนกวีซ่าและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหราชอาณาจักร เพื่อให้บริการสนับสนุนผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อเข้าสู่สหราชอาณาจักร) ประกาศว่า จะเปลี่ยนการรับเอกสารแบบ Hard Copy แบบเดิมๆ ที่เราต้องถ่ายสำเนาเอกสาร เพื่อนำไปยื่นเป็นการรับด้วยเอกสารผ่านการแสกนบาร์โค้ด

เอกสารเหล่านี้ คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของการขอวีซ่าอังกฤษ ปกติเอกสารที่ใช้ยื่นขอวีซ่า จะเป็นเอกสารที่ทางราชการ ไทยออกให้ เช่น

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สมุดบัญชีเงินฝาก
  • รวมทั้งเอกสารทางการทั้งหมด ซึ่งเป็นเอกสารที่เรายื่นไปแล้วเราคิดว่าจะช่วยส่งเสริมให้การผ่านวีซ่าง่ายยิ่งขึ้น จนเกิดวัฒนธรรม “ยื่นไปให้หมด” เพราะที่ผ่านมาในขั้นตอนการตรวจเอกสาร จะมีเจ้าหน้าตรวจและเรียง เอกสารจำนวน 2 คน เราเตรียมเอกสารอะไรไป จะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็รับหมด

แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แบบนั้น ระบบเอกสารเข้มงวดขึ้นมาก มีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ และจะรับเฉพาะเอกสารที่แปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น จะไม่รับเอกสารภาษาไทยเลยเด็ดขาด ซึ่งถ้าหากไม่ได้เตรียมเอกสารฉบับแปลมา จะได้รับคำแนะนำให้ลงไปแปลที่จุดให้บริการ หรือจะเลือกไม่ยื่นเอกสารนั้นไปเลย (แต่ใครจะกล้าล่ะ เอกสารสำคัญมีไม่มากพอ อาจเท่ากับการลดเปอร์เซ็นการผ่านวีซ่าขอตัวเองได้นะ เลยต้องไปแปลกันตามระเบียบ)

ขั้นตอนการขอวีซ่าอังกฤษ มี 4 ขั้นตอนหลัก

1. ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่า

โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ UK Visas & Immigration (แต่ต้องเริ่มสร้างบัญชีผู้ใช้ก่อนนะครับ) จากนั้นก็จัดการกรอกข้อมูลตามที่เว็บไซต์ระบุได้เลย โดยจะต้องตอบด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้ว่าคำถามจะเป็นภาษาไทยก็ตาม

ในส่วนของ “ประเภทวีซ่า” วีซ่าอังกฤษมีหลายประเภท

หากคุณเป็นคนทั่วไปที่ต้องการไปประเทศอังกฤษเพื่อ ท่องเที่ยวปกติ หรือพบครอบครัว ญาติหรือเพื่อนที่อาศัยอยู่ที่อังกฤษ การรักษาทางการแพทย์ แต่งงาน ธุรกิจ การศึกษา (นักเรียนแลกเปลี่ยน ประชุม) และทรานซิส (แวะพักเครื่อง) ให้เลือกวีซ่าประเภท “ Visit or transit visa” และเลือก ตัวเลือกวีซ่า (Visa Option) ที่ระยะ 6 เดือน เพราะปกติคนไทย จะพำนักในประเทศอังกฤษได้ไม่เกินหกเดือน (แต่ถ้าไปด้วยจุดมุ่งหมายอื่นหรือต้องการ พำนักอยู่นานกว่านั้นให้เช็คกับเว็บไซต์ UK VISAโดยตรงได้เลย)

2. ขั้นตอนการชำระเงินค่าวีซ่าออนไลน์ สำหรับตัวเลือกวีซ่า 6 เดือน

มีให้เลือกจ่าย 3 ระดับ (แตกต่างกันที่ความเร็วในการพิจารณา)

  • 136 USD (หรือประมาณ 4,422 บาท) เพื่อได้รับการพิจารณาใน 15 วันทำการ
  • 446 USD (หรือประมาณ 14,504 บาท) เพื่อได้รับการพิจารณาใน 5 วันทำการ
  • 1,532 USD (หรือประมาณ 49,823 บาท) เพื่อได้รับการพิจารณาใน 24 ชั่วโมง

จากนั้นเลือกศูนย์รับคำร้อง Visa Application Centre ที่เราสะดวกไปยื่นขอวีซ่า ซึ่งขณะนี้มีให้เลือกเลือก 2 ศูนย์คือ

  • กรุงเทพฯ Bangkok (Premium Lounge Available) Trendy Office Building, 28th Floor, Sukhumvit Road Soi 13, Klongtoey Nua, Wattana, Bangkok 10110 THAILAND
  • เชียงใหม่ Chiang Mai (มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 80 USD) Siriphanich Building 191, Huay Kaew Road Chiang Mai 50200 THAILAND

3. ขั้นตอนการพิมพ์แบบฟอร์มวีซ่า

หลังจากชำระเงินเสร็จ จะมีเอกสาร 2 ชุดส่งมาให้ทางอีเมลล์ให้พิมพ์ (Print) ด้วยตัวเอง

  • การยืนยันนัดหมาย (Appointment Confirmation) จะมีระบุสถานที่เราจะไปยื่นคำร้องขอวีซ่า วัน/เดือน/ปีที่นัดหมาย และเอกสารที่ต้องเตรียมไปประกอบการยื่นขอวีซ่า (ถ่ายเอกสารแบบฟอร์มที่กรอก ใบนัดหมาย พาสพอร์ตเล่มปัจจุบัน และเล่มเก่า ผลการตรวจวัณโรค (กรณีไปอยู่นานเกิน 6 เดือน) หนังสือยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี) และเอกสารอื่นๆที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในการยื่นขอวีซ่าครั้งนี้ )
  • ใบสมัครที่เรากรอกออนไลน์ (Application Form) จะแสดงข้อมูลทุกอย่าง ทุกข้อที่เรากรอกลงไป

4. ไปตามนัดหมายที่ศูนย์รับคำร้องที่เลือกไว้

มาถึงขั้นตอนการขอวีว่าอังกฤษขั้นสุดท้าย เราจะต้องเดินทางไปในสถานที่ที่เลือกไว้ในวันนัดหมายจะต้องนำเอกสารตัวจริง และสำเนาของเอกสารทั้งหมดที่ใช้ยื่นคำร้อง พร้อมแปลเอกสารที่ใช้ยื่นคำร้อง หากต้นฉบับไม่ใช่ภาษาอังกฤษไปด้วย

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนไปยื่นขอคำร้องทำวีซ่า มีดังนี้ (ต้องเป็นขนาด A4 เท่านั้น)

  • หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มล่าสุดที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทย และถ่ายสำเนา พร้อมกับเซ็นรับรอง รวมถึงหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีทั้งหมด (ถ้ามี)
  • ใบยืนยันการนัดหมาย (Appointment Confirmation) ที่ทางการส่งให้เราทางอีเมล์ ให้ปริ้นท์ออกมาแนบเพื่อขอวีซ่าอังกฤษด้วย
  • แบบฟอร์มสมัครวีซ่าอังกฤษ (Application Form) ให้ทำการปริ้นท์เอกสารออกมาแนบด้วย โดยจะต้องลงลายมือชื่อในหน้าแรกและหน้าสุดท้าย
  • หนังสือรับรองการทำงาน (เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมระบุเงินเดือน) (ระบุเงินเดือน ตำแหน่ง วันลาและวันเริ่มงาน) หรือ หลักฐานการศึกษา (ถ้ายังเป็นนักเรียน-นักศึกษา)
  • สลิปเงินเดือน (Bank Statement) หลักฐานทางการเงินเป็นภาษาอังกฤษ และค่าเงินเป็น GBP ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อดูเงินเข้าออกในบัญชี ดังนั้นควรเลือกเล่มที่มีความเคลื่อนไหวให้มากที่สุด และมีเงินในบัญชีอย่างต่ำ 1 แสนบาท ขอได้ที่ธนาคารมีค่าใช้จ่ายประมาน 100 บาท (หรือถ้ามีหลักทรัพย์อะไรจะยื่นไปด้วยก็ได้)
  • หนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee) จากธนาคาร เป็นเอกสารที่รับรองว่าบัญชีของเรานั้นมีอยู่จริง และมียอดคงเหลือในบัญชีเท่าไร
  • ใบรับรองการตรวจวัณโรค (Tuberculosis (TB) Test) ใช้เฉพาะในกรณีที่เราจะไปอยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 6 เดือน
  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง ใช้เฉพาะในกรณีที่ผู้เดินทางไปสหราชอาณาจักร มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • แผนการเดินทาง (Ltinerary ) คร่าวๆ ว่าในแต่ละวันที่เรามาอยู่ที่นี่ เราเดินทางไปไหนบ้าง
  • ใบจองที่พัก ระบุวันเวลาที่พัก หากมีการเปลี่ยนโรงแรมก็ต้องปริ้นท์ให้ครบและต้องมีชื่อผู้เข้าพักทุกคน
  • ตั๋วเครื่องบิน แนะนำให้จองแบบยกเลิก หรือ คืนเงินได้
  • ประกันการเดินทาง แนะนำให้ซื้อประกันการเดินทางแบบที่คืนเงินได้ หากขอวีซ่าอังกฤษแล้วไม่ผ่านจะได้ไม่เสียเงินเปล่า ๆ ไงล่ะครับ ย้ำว่าข้อมูลประกันการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถซื้อประกันเดินทางเพื่อดำเนินการ ผ่าน frank.co.th ได้ที่ทันทีรูปด้านล่าง พร้อมรับกรมธรรม์ออนไลน์ทันที!
ความคุ้มครองวีซ่า

*ส่วนรูปถ่ายไม่ต้องใช้เพราะจะมีให้ไปถ่ายรูปตอนยื่นพร้อมกับ เก็บลายนิ้วมือ ทั้ง 10 นิ้วในห้องไบโอเมตริก

ทั้งหมดนี้ก็คือเทคนิคการขอวีซ่าอังกฤษที่เราอัพเดทมาให้ทุกคนนะครับ รวมๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมาก ยกเว้นระเบียบเรื่องเอกสารที่ค่อนข้างเข้มงวด ต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษ และต้องเผื่อเวลาในการยื่นมากขึ้นก็เท่านั้น ซึ่งถ้าหากเตรียมตัวให้พร้อมและทำเอกสารอย่างรัดกุมยังไงก็ผ่านแน่นอนครับ Frank ขอเอาใจช่วยนะครับ

สรุปการขอวีซ่าอังกฤษอีกครั้ง

  • ปัจจุบันการพิจารณาวีซ่าประเภทอังกฤษ ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอินเดีย หมายความว่า เจ้าหน้าที่ ที่ทำการจะไม่ใช่คนไทย หรือคนที่อ่านหนังสือ ภาษาไทยออกเป็นผู้พิจารณา เพราะฉะนั้นเอกสารทุกอย่างจะต้อง “แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด”
  • การขอวีซ่าอังกฤษไม่รับเอกสาร Hard copy หรือแบบถ่ายเอกสาร จะต้องสแกนบาร์โค้ดเท่านั้น เพื่อความสะดวกในการส่งข้อมูลไปพิจารณาที่ประเทศอินเดีย จุดนี้ทำให้หลายคนสับสน และใช้เวลานาน ทำให้ที่ทำการวีซ่าคนเยอะและเกิดการล่าช้า อีกทั้งยังใช้เวลา ในการพิจารณานานมากขึ้น ดังนั้น ใครที่รู้ตัวหรือมีแพลนว่าจะต้องเดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษควรเตรียมตัวยื่นวีซ่าไว้เสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ต้องลุ้น
  • ตามมาตรฐานจะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าประมาณ 3 สัปดาห์ (แต่ส่วนมากไม่เกิน 5 วันก็ได้รับวีซ่าแล้ว)

แหล่งข้อมูล

  • http://www.consular.go.th/main/th/form/1421/21818-ตัวอย่างการแปลเอกสารราชการต่าง-ๆ.html
  • https://www.changtrixget.com/tiptrick/applyukvisa/
  • https://pantip.com/topic/37798505
  • https://pantip.com/topic/37816785

ต้องการซื้อประกันการเดินทางใช่ไหม ?

เช็คเบี้ยเลย